ช่วงนี้ได้ข่าวผ่อนซื้อข้าวมันไก่ ซึ่งนับเป็นสินค้าที่ไม่น่าเป็นไปได้มาก่อนว่าจะผ่อน แต่ด้วยพฤติกรรมซื้อก่อน-จ่ายทีหลังหรือ Buy Now Pay Later (BNPL) ที่กำลังขยายไปสู่การผ่อนชำระสินค้ามูลค่าต่ำในชีวิตประจำวัน อาทิ ชานมไข่มุกราคา 106 บาท หรือข้าวมันไก่ราคา 50 บาท
ที่ทางแอดมินเองก็ยังไม่เชื่อว่าของราคาแบบนี้ ทำให้ต้องพึ่งพาบริการการผ่อน สะท้อนถึงพฤติกรรมการเงินที่สร้างหนี้ตั้งแต่ยังเด็กและจากภาวะค่าครองชีพสูงและรายได้ที่โตไม่ทันรายจ่าย ทำให้คนหันมาใช้บริการ BNPL มากขึ้น ซึ่งบทความนี้ จะขอเน้นไปที่ราคากลุ่มสินค้า “อาหาร” เป็นหลัก

โดยผลที่ทำให้พฤติกรรมแบบนี้โตและขยายวงมากขึ้น เพราะการเข้าถึง Buy Now Pay Later ผ่านแอปพลิเคชันในปัจจุบัน สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้เอกสารซับซ้อนเหมือนในอดีต เป็นแรงกกระตุ้นพฤติกรรมของคนใช้ได้ง่าย โดยไม่คิดหน้าคิดหลังถึงผลที่จะตามมา ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยว่า ปัจจุบันมีประชากรอายุ 20-35 ปี มากกว่าครึ่ง หรือ 52.7% เป็นลูกหนี้ และในจำนวนนี้มีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สูงถึง 27%

ส่วนหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เนื่องจากการเสพติดโปรโมชั่น ติดใจในส่วนลด ที่รู้สึกคุ้มค่าจนเกิดแรงจูงใจให้ยอมผ่อนเพื่อได้ของที่ต้องการมาก่อน และอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้พฤติกรรมลักษณะนี้โตขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ ภาวะเงินเฟ้อจากภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังผันผวน ส่งผลให้เงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ด้วยเหตุนี้ทำให้กลุ่มคนอายุ 20-35 ปี ที่อาจเพิ่งเริ่มทำงาน รายได้ยังไม่มากนัก จึงอาจมีโอกาสหันไปพึ่ง Buy Now Pay Later กันมากขึ้น
|
ผู้บริโภค |
ร้านอาหาร |
|
รายได้ประชาชนส่วนใหญ่ยังเท่าเดิม ส่งผลให้กำลังซื้อไม่พอกับราคาอาหารที่ปรับราคาสูงขึ้น แม้จะมีโครงการช่วยลดค่าครองชีพ แต่ด้วยราคาสินค้ามีการปรับตัวขึ้นมาก เมื่อเทียบรายจ่ายของมนุษย์เงินเดือน อาจจะไม่เพียงพอ
|
จากต้นทุนต่าง ๆ ปรับสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ทางร้านอาหารปรับขึ้นตาม แม้ร้านอาหารจะพยายามคงราคาเดิมช่วยเหลือผู้บริโภค แต่ด้วยต้นทุนวัตุดิบที่ปรับขึ้น ทำให้คงราคาเดิมได้ไม่นาน ซึ่งรวมไปถึงร้านอาหาร street food ที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย |
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ได้เผยภาวะเงินเฟ้อในประเทศไทยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 102.85 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.42 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.42 (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูง กว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้อาหารจานเดียวขยายราคาสูงขึ้น

เห็นได้ชัดว่า ปัญหา “ข้าวยากหมากแพง” เป็นปัญหาปากท้องในวงกว้าง และคงไม่จบลงง่าย ๆ แม้ประชาชนบางส่วนจะมองว่า มีความเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจไทยดีขึ้น แต่ก็เป็นการฟื้นตัวในระยะสั้นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐเท่านั้น อาทิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ขณะที่สิ่งที่ลดทอนความเชื่อมั่นก็มาจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนสูงและกำลังซื้อ ที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หากปัญหาเหล่านี้ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งจะลดทอนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ก็ต้องมาดู การแก้โจทย์ใหญ่หลังจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะมีแผนช่วยเหลือในการบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงการบริหารต้นทุนให้ผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างไรต่อไป
แท็ก :
ไทยช่วยไทย
Buy Now Pay Later
street food